Archive for the ‘Unicity Reviews’ Category
unicity ดี มั้ ย

unicity ดี มั้ย คำถามที่หลายๆ คนเมื่อได้ยิน ได้ฟังคำๆ นี้ ตั้งคำถามในใจแล้วก็กดคีย์บอร์ดผ่าน google และกำลังหาคำตอบอยู่ ผมขอพูดแบบกลางๆ นะครับถึงแม้ว่าผมจะเคยเป็น BA unicity ระยะหนึ่ง เมื่อครั้งเป็น BA อยู่หากได้ order จากลูกค้าผมมักวิ่งหัวปักหัวปำเหมือนกัน เพราะกลัวว่าเค้าจะเปลี่ยนใจ ตามที่ระบบได้ชี้แนะเรามานั่นเอง
แต่ปัจจุบันไม่รู้เป็นไง ผมขี้เกียจที่จะรับ order ทิ้งขว้าง…ไปทั่ว เนื่องจาก order ไม่มากพอที่จะนำมาซึ่งผลกำไร แล้วเราจะทำไปใยจริงไหมครับ นี่เป็นมุมมองด้านการขายในยุคสมัยโบราณครับ แต่ผมเองเชื่อว่า การขายแบบสมัยใหม่คงเกิดในเมืองไทยได้ไม่อยาก โดยจะเห็นง่ายๆ จากผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มสาวๆ หันมาช๊อปปิ้ง online กันมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้า ที่มองว่าด้านการตลาดแล้วซื้อขายยากมากทางออนไลน์ เพราะเหตุที่ลูกค้าไม่สามารถทดลองใส่ไ้ด้ ก็กลับขายดี ทำไมสาวๆ กลุ่มนี้กล้าที่จะซื้อเสื้อผ้า ก็เพราะว่าเสื้อผ้าเป็นสิ่งจำเป็น และกระแสยุคสมัยอิงนั่นเอง
สินค้าประเภทอื่น ก็คงเติบโตได้ไม่อยากในเมืองไทยที่กำลังเดินตามต่างชาติ
ตกลงผมจะพูดเรื่องขายของ หรือ พูดเรื่อง unicity ดีมั้ยกันแน่… ครับกลับมาที่ประเด็น unicity ดีมั้ย ที่ท่านอยากทราบกัน
มันเป็นเพียงมุมมอง ที่อาศัยบริบทตัดสินใจมากกว่าครับ หากเรามีปมกับ MLM ก็อาจหันหน้าหนีไกล แม้ว่าสินค้าจะมีคุณภาพ หรือดีแค่ไหนก็ตาม หากเราได้ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วประทับใจ ก็อาจบอกว่าสินค้าเค้าดีจริง หากกลุ่มผู้ทำธุรกิจแล้วได้เงิน ก็บอกว่าธุรกิจนี้ดี…..ในทางกันข้าม หากท่านเป็นคนใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก ท่านก็จะบอกว่า สับสน (เหมือนตอนอ่านบทความนี้..เหอะๆ)
ใช่แล้วครับ ผมกำลังบอกว่า การตัดสินใจบนความสับสน ก็อาจทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปได้ใครจะรู้ การลงทุนภายใต้สติ ลงทุนที่่ไม่เกินตัวมากเกินไป คำนึงถึงผลตอบแทนต่อการลงทุน มันก็เป็นเรื่องของธุรกิจ ก็ฝากสำหรับคนใหม่ที่มองเห็นอะไรบางอย่างใน Unicity ก็อย่าทุ่มจนหมดตัวมากเกินไป ….
คำตอบ คงอยู่ในบล็อกนี้แล้วละ ครับ แต่ท่านยังมองไม่เห็นแค่นั้นเอง………โอ้ย..ยิ่งเขียนยิ่งงง….
E-commerce มืออาชีพดูได้ไม่ยาก

วงการ E-commerce ของร้านค้า unicity ผมเองแอบเข้าไปดูหลายๆ ร้าน เรียกได้ว่าเกือบทุกเว็บเลยก็ว่าได้ที่อยู่อันดับต้นๆ ใน search แต่มีเพียงเว็บเดียวที่เรียกว่าโดนใจเรื่องการ design และการวางตำแหน่งสินค้า unicity ที่ดูแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ผมเองต้องขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้นะครับ สำหรับเจ้าของเว็บ http://www.mysavepay.com/shop และ unicitythailand.net ที่ผมถ่ายภาพหน้าเว็บมาเป็นกรณีศึกษาในครั้งนี้
ไม่มีอะไรแทนคำขอบคุณในวิทยาทาน ได้เพียงส่ง Link กลับไปหาท่านเล็กๆ น้อยๆ
หากไม่โดนจริงๆ ผมคงไม่นำมาฝากเป็นกรณีศึกษาเพื่อนๆ ชาวธุรกิจ Unicity หรอกนะครับ หากนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับใช้ ผมว่าแหล่มครับ ลองๆ เข้าไปดูกันเองละกัน
ปล. ฝากบอกอีกครั้งหนึ่ง ผมไม่ได้หวังผลกำไรจากบล็อกแห่งนี้ในเรื่องการขายสินค้า หรือด้านธุรกิจ แต่อยากเป็นสื่อกลางจริงๆ ได้โปรดสำหรับผู้ไม่หวังดี สร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญครับ…
รสา คำแบน ผู้สร้างประวัติศาสตร์ Unicity
สำหรับชื่อผู้หญิงแกร่งท่านนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักในวงการธุรกิจ Unicity พอดีไปเจอวิดิโอนี้จากเว็บ unicitythailand.net (ให้เครดิตหน่อย) เลยถือโอกาสนำมาฝากเพื่อนๆ ที่ติดตามอ่านบล็อกกัน เลยขอเอ่ยถึงผู้นำท่านนี้ให้ฟังนิดหน่อย
ผมได้มีโอกาสได้ฟังการบรรยายของคุณรสา หลายครั้งเหมือนกันครับ ไม่ว่าจะเป็นงาน UPS หรือ UPR ที่ทางทีมงานระบบ Unipower ได้จัดขึ้นในแต่ละครั้ง
ด้วยคำพูดที่บาดใจ สะท้อนแฝงแรงใจ ให้นักธุรกิจ Unicity ทุกท่านได้มีแรงหึดสู้ กันต่อไป เิริ่มเิดิมที คุณรสา คำแบน เป็นแม่ค้าขายเครื่องสำอาง ที่ บขส.แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ช่วงแรงที่เดินเข้าสู่ธุรกิจ Unicity เธอไม่ได้มองเห็นหัวใจของธุรกิจ แต่มองเห็นเพียงว่ามันเป็นการขายสินค้าอย่างหนึ่ง ก็เลยลองขายดู ด้วยความที่มีต้นทุนการเป็นแม่ค้า ผมคิดว่างั้น จึงขายดีเป็นเทน้ำ เทท่า ได้ยอดเกือบแสน นี่ผมว่าไม่ธรรมดาเลย
จนแล้ว จนเล่า เธอก็ยังตะบี้ตะบัน ขายของไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณโจ ชวิช กิม ได้มา STP อีกครั้ง เธอถึงเข้าใจหัวใจของธุรกิจ Unicity โดยแท้…
และเดินหน้า Sponser เรียกคนอย่างเดียว เพื่อให้คุณโจ ชวิช กิม เป็นคน STP ให้ ไม่เคยพูดเองเลย หลังจากนั้นคุณโจ ด้วยวิสัยทัศน์ของคุณโจ มองเห็นว่าหากเป็นอย่างนี้ต่อไปคงไม่ไหวแน่ จึงได้ลองให้คุณ รสา ได้พูด STP เองบ้าง….ไม่ว่าจะเป็นเดี่ยว หรือ เป็นกลุ่ม
ผลการ STP ของคุณรสา จากคำบอกเล่าในช่วงนั้น เรียกได้ว่า ห่วยแตกมากครับ
วันนี้เรามาฟัง และชม การเปลี่ยนแปลงของผู้หญิงแกร่งคนนี้กันอีกครั้งครับ…………
สิ่งหนึ่งที่สะท้อนได้อย่างชัดเจน คือ การเปลี่ยนแปลง และการได้มาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครับ…..
สุดท้ายก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ประสบความสำเร็จในธุรกิจโดยไว อย่างที่ตั้งใจไว้ครับ….
วิชาการดอทคอม พูดถึง Unicity และบริษัทอื่นๆ
เว็บไซด์ชื่อดังอย่าง http://www.vcharkarn.com ได้พูดเกี่ยวกับบริษัทเหล่านี้ Usana Herbalife Agel Amway TVI Unilever Nuskin Tiens Aimstar และอธิบายแบบรวมๆ ว่าธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจเครือข่าย แน่นอนครับ Unicity ก็ถูกรวมไว้ในนั้นเช่นกัน
เรื่องราวเหล่านี้ทำไมถึงถูกเขียนไว้ใน Vcharkan.com มันก็น่าคิดนะครับ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรลึกซึ้ง แต่พูดในความหมายรวมๆ ว่าเป็นรูปแบบการตลาดทีกระบวนการเคลื่อนย้าย สินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากการตลาดแบบเดิม ที่ผู้ผลิตต้องผ่านระบบพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับกำไรถึง 60% ระบบธุรกิจเครือเป็นการตลาดรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รับรายได้ 60 เปอร์เซนต์ ที่พ่อค้าคนกลางจะได้รับนั่นเอง อีกทั้งยังได้ประโยชน์ในเรื่องของภาษีด้วยครับ (ส่วนนี้ผมเพิ่มเติม)
นอกจากนั้นยังอธิบายเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายว่า เป็นการใช้วิธีการแนะนำบอกต่อนี้จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าการตลาดแบบทั่วๆไป คือ ความสามารถในการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภคที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นได้แบบไม่จำกัดจำนวน โดยอาศัยเพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์จากคน 1 คนแนะนำให้กับคน 2 – 3 คนและแต่ละคนของ 2 – 3 คนบอกต่อกับคน 2 – 3 คนต่อๆไป ก็จะเกิดการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภคแบบมากมายมหาศาล ในลักษณะพหุคูณเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด
แน่นอนครับสินค้า ที่ทรงคุณภาพย่อมมีผลต่อการบอกเล่า ….คือหัวใจสำคัญ
แต่การทำงานจริงๆ ของธุรกิจนี้ก็ไม่ได้ยาก และก็ไม่ได้ง่ายครับ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ถ้าอยากรู้ก็คงต้องลองทำกันเอาเอง…
ผมก็ไม่ใช่ปรมาจารย์แห่งธุรกิจเครือข่าย เป็นเพียงบล็อกเกอร์ที่คิดอย่างไร เจออะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์ก็เขียนไปงั้น…..
Bios Life Slim ขาดตลาดใน Amazon
Amazon.com ถือเป็นแหล่งรายได้ของผมอีกแห่งครับ หลังจากที่บริษัทยูนิซิตี้ นำสิ้นค้าเด่น 2 รายการ คือ Bios Life และ Bios Life Slim เข้าเปิดตลาดที่ Amazon
สิ่งที่น่าสนใจคือ วันนี้ Amazon ประกาศว่าสินค้า Bios Life Slim หมดจากคลังสินค้า มองได้ 2 ประเด็นครับ เพราะผมเองลองค้นหาสินค้าของ Unicity ใน Amazon ไม่พบสินค้าของบริษัทยูนิซิตี้เลย สันนิษฐานได้ว่า Unicity กำลังจะถอนสินค้าออกจากอเมซอน
ประการที่ 2 สินค้า Bios Life Slim ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า….
แต่ order ของ Bios Life Slim ผมก็ขายได้นะครับ แต่ก็ไม่ได้หวือหว๋า..อะไรเพราะตลาดโลกยังไม่พุ่งเป้ามาที่ สินค้าของ Unicity อย่างเดียว
ส่วนคำตอบ ที่น่าจะชัดเจนที่สุด คงอยู่ที่เจ้าของบริษัทนั่นละครับ เราเพียงแค่สันนิษฐานไว้เพื่อการวางแผนทางด้านการตลาดก็แค่นั้นเอง
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ หากบริษัท Unicity ผันตัวไปทำ affilate แล้วละก็มีหนาวๆ ร้อนๆ แน่ๆ ครับ….
Unicity กับการพัฒนาเว็บไซด์สำหรับ Associate Unicity in the world
Unicity กับการพัฒนาเว็บไซด์สำหรับ Associate Unicity in the world คงไม่เว้อเกินไปครับ
เพราะหลายวันก่อนหลังจากที่ผม Log in เข้าสู่ระบบของเว็บ Unicity.net/thailand แล้วก็พบกัน กล่องข้อความนี้แหละครับ
ไม่ต้องตกใจอะไรครับ กับข้อความที่บอกเราว่า ” เราจะอัพเกรดเซิร์ฟเวอร์ของเรา ในวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2009 ตั้งแต่เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป ดังนั้นช่วงเวลาดังกล่าว เว็บไซด์ Associate office ของ Unicity เองจึงไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
หากท่านต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ศูนย์บริการลูกค้ายูนิซิตี้ ที่หมายเลข 02 685 9777 และจะสามารถใช้งานได้ในวันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2009 เราต้องขออภัยในความไม่สะดวก ณ ที่นี้ด้วยครับ…”
ที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักธุรกิจทุกท่านทราบแล้ว แต่ผมเพียงหยิบยก มาพูดถึงเรื่องการพัฒนาระบบสนับสนุนในด้านเว็บไซด์ของ Unicity ก็เท่านั้นเอง เพราะเท่าที่สังเกตดู Unicity เป็นบริษัทที่ใช้โดเมนเปลืองมาก และไม่รู้รึไง ว่าการ redirectory เพื่อเข้าสู่อีกเว็บหนึ่ง google รู้เดี๋ยวก็โดนแบนเอา หรือว่าบริษัท Unicity ต้องการให้เป็นข่าวว่า บริษัทผลิตภัณฑ์ ยักษ์ใหญ่โดนแบนจาก Google ผมก็พูดในแนวคิดส่วนตัว ก็แค่นั้นครับ
แต่โดยรวมแล้ว Unicity ให้ความสำคัญกับการ Service ด้านนี้มากๆ ครับไม่งั้นก็ไม่ทุ่มทุน จดโดเมนเกลื่อนขนาดนี้ สำหรับใครมีความรู้เกี่ยวกับการจดโดเมน ก็ลองจดไว้ดูเล่นๆ ก็ได้ครับ ไม่แน่โอกาสข้างหน้า ยูนิซิตี้ อาจจะติดต่อซื้อก็เป็นได้ รายได้อาจจะสามารถสร้างบ้านได้เลย ผมก็ว่าไป…เหอะๆๆ
ผมก็ยังชั่งใจอยู่เหมือนกันว่า หากมีใครหน้าไหนก็ตาม ติดต่อซื้อโดเมนนี้ คงต้องคิดหนักเหมือนกันว่า จะขายหรือไม่ขายดี เพราะมันเป็นความชอบส่วนตัว ไม่ได้หวังหารายได้อะไร สิ่งทีทำไป เพื่อคุณค่าของบล็อกก็แค่นั้นเอง
แนวโน้มการขยายตัวของยูนิซิตี้ประเทศไทย ต้องได้รับการวิพากวิจารย์แน่นอน ปัจจุบันก็โดนโจมตีหนัก จากใครก็ไม่รู้ ด้วยคู่แข่งที่พร้อมจะ ข้ามได้ทุกเมื่อ รวมถึงคนที่ล้มเหลวจากบริษัททำนองนี้ ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านอย่างรุนแรง
ไม่ว่า Unicity จะเปลี่ยนไปในทิศทางใด ผมเชื่อว่า Unicity ก็ยังคงอยู่ในใจผมเสมอ…..
จบการประชาสัมพันธ์ข่าว และคำขอบคุณทางผู้บริหารจัดการทางด้านเว็บไซด์ Unicity ครับ หากต้องการคำแนะนำก็ขอแนะนำให้สามารถปรับแต่งร้านค้าของเราให้แหล่มๆ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะหน่อยก็จะเป็นการดี
ให้คำติชมแค่นี้ครับ…..
กระแสตอบรับ จากผู้เยี่ยมชมบล็อก Unicity โดเมนไทย
ตอบขอบคุณทุกกระแสตอบรับ จากผู้เยี่ยมชมทุกท่านครับ สำหรับบล็อก ยูนิซิตี้.com ยังคงยืนหยัดคู่คนไทยต่อไป (คุ้นๆ) ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก คุณก็ยังคงอ่านบล็อกแห่งนี้ได้ ถ้าไฟฟ้าไม่ดับ เน็ตไม่เดี้ยง หรือเครื่องไปโดนไวรัสต่างๆ นานาสาระพัน ที่จะอ้างว่าเป็นอุปสรรค สำหรับผู้ต้องการสู่ความสำเร็จทุกท่านครับ
ยอมรับครับว่า ข้อมูลในบล็อกแห่งนี้อาจจะไม่ค่อย Update รวมเร็ว หากอยากได้ข้อมูลที่ Update รวดเร็วก็แนะนำให้ไป Follow Twitter ของเจ้าของบริษัทกันเอาเอง ไม่รู้ว่ามีรึเปล่า ผมก็กำลังหาอยู่เหมือนกัน
เจอแต่บล็อกของเจ้าของบริษัท ที่ผมได้กล่าวไปแล้วในโพสก่อนๆ อ่านแล้วก็เล่นเอามึนดีเหมือนกันครับ เพราะภาษาปะกิด กับแจ่วบองทั้งนั้น
เข้าเรื่องดีกว่าครับ พอดีมีผู้ที่ตามอ่านบล็อกแห่งนี้ส่งข้อความมาถามว่า ผมสามารถทำ SEO กับบล็อกได้ไหม และ MLM expert คืออะไร
ผมขอตอบแค่ว่า ทำ SEO กับบล็อกได้ไหม ?
จากประสบการณ์ในโลกออนไลน์ 1 ปีเต็มๆ แต่ผมก็ไม่ได้ตะลุยทำงานด้านนี้อย่างเดียว เพราะต้องทำงานประจำอยู่นั่นเอง ประวัติจากบล็อกส่วนตัวคงทราบโดยทั่วกัน ไม่ขอเอ่ยถึงให้เปลือง ความเมื่อยของนิ้วมือ
คำว่า SEO ที่หลายๆ คนพูุดจนติดปาก แต่ไม่มีทฤษฎีที่ตายตัว ที่ผมเองก็บอกได้เลยว่า ไม่มีใครเก่ง SEO เพราะ Search เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั้นเอง การทำอันดับก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดเวลาเช่นกัน สถิติในการเก็บข้อมูลจาก Search และการสังเกตแบบนักวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่เราต้องนำมาใช้ใหม่ หากจะทำงานด้านนี้
การทำ SEO จากบล็อก เด็ก 11 ขวบที่ผมได้อ่านบล็อกของเค้าก็ทำได้ ด้วยความที่ว่าบล็อกถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการทำ SEO มากที่สุดนั่นเอง คงไม่ต้องตอบนะครับว่าบล็อกเหมาะหรืไม่เหมาะกับการทำ SEO
แน่นอนครับ การทำบล็อก มันก็มีระดับ คือ อนุบาล ประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย ป.ตรี ป.โท ด๊อกเตอร์ Super ด็อก ตามประสบการณ์ และชั่ว่โมงบินอยู่แล้ว
นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมบล็อกเหมือนกันแต่ทำไมทำเงินต่างกัน
ประเด็นที่เป็นหัวใจสำคัญ ก็ไม่ใช่เรื่อง SEO อีกละ เป็นเรื่องเนื้อหามากกว่า หากเราเขียนเรื่องที่คนอยากรู้ มันก็ย่อมได้รับความนิยม อย่างเช่นบล็อกแห่งนี้งัย หุหุ
บ่นไป เขียนไป เค้าก็ยังตามอ่านกัน…..เหอะๆๆ



